
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือน มิ.ย.52 อยู่ที่ 65.4 เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค.52 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 64.3 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 64.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 87.4 ทั้งนี้ ดัชนีฯ ทั้ง 3ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 64.7 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 87.4 ทั้งนี้ ดัชนีฯ ทั้ง 3 ตัวปรับเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 5เดือน โดยมีปัจจัยบวก คือ สภาผู้แทนราษฎรผ่านกฎหมายกู้เงิน 8 แสนล้านบาทเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ, มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 1 สนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่(SP2)ส่งผลจิตวิทยาเชิงบวกกับผู้บริโภค และการแข็งค่าของเงินบาทสะท้อนให้เห็นว่ายังมีเงินจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ ส่วนปัจจัยลบ ได้แก่ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น, ผู้บริโภคกังวลเสถียรภาพทางการเมือง, การส่งออกในเดือน พ.ค.ติดลบถึง 26.5% , ประชาชนยังกังวลค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อยู่ในระดับสูง รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไข้หวัด 2009 ต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
แหล่งข้อมูล http://www.ryt9.com/s/iq03/606146/
คำถาม1.ปัจจัยที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น คือ
2.ปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง คือ
3.จากผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมเท่าไร ?
น.ส. ญาศินี ศรีฟ้า 5001103137
คำตอบ
ตอบลบ1.สภาผู้แทนราษฎรผ่านกฎหมายกู้เงิน 8 แสนล้านบาทเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ
2.ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น, ผู้บริโภคกังวลเสถียรภาพทางการเมือง
3.ระดับ 64.3
โดย นิธิพล อินทรสุวรรณ์ ID 5001103122
1.สภาผู้แทนราษฎรผ่านกฎหมายกู้เงิน 8 แสนล้านบาทเพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ตอบลบ2.ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น, ผู้บริโภคกังวลเสถียรภาพทางการเมือง
3.ระดับ 64.3
โดย นาย พลวัฒน์ พีรวุฒิ 5001103136
เเล้วของปีนี้หล่ะครับ
ตอบลบ